Buy Original Levitra Online Generic Levitra 10 Mg Generic Levitra (Vardenafil) 20mg Order Generic Levitra Online Buy Levitra Online Cheap Kamagra 100mg Online Kamagra Online Uk Kamagra Oral Jelly Online Pharmacy Kamagra Oral Jelly Buy Online Kamagra 100mg Oral Jelly Lovegra 100mg Tablets Lovegra Sildenafil 100mg Tablet Kamagra Super Online Kamagra Super 100mg Super Kamagra 100mg Sildenafil 60mg Dapoxetine Super Kamagra 100mg Generic Priligy 60 Mg Generic Priligy Side Effects
หนุ่มหล่อมาดแมน...ต้องทาครีมกันแดดไหม?
You are here: ข่าวสาร หนุ่มหล่อมาดแมน...ต้องทาครีมกันแดดไหม?

หนุ่มหล่อมาดแมน...ต้องทาครีมกันแดดไหม?

อีเมล พิมพ์ PDF

หนุ่มหล่อมาดแมน...ต้องทาครีมกันแดดไหม?

 

หนุ่มหล่อมาดแมน...ต้องทาครีมกันแดดไหม?

ไม่ทาครีมได้ไหม?

ไม่ได้ครับ เพราะอยู่ในความดีของแสงแดดนั้นก็มีความร้ายกาจของรังสีซ่อนอยู่มากมายเช่นกัน อันตรายจากแสงแดดนั้นมีมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะเมืองไทยยุคนี้ที่แดดแรงจัดได้ทุกฤดู นอกจากผลเสียที่สัมผัสได้โดยตรงจากอาการแสบผิวเวลาปะทะกับแสงแดดจัดแล้ว ผลเสียอื่นๆ ที่ตามมาก็คือ ผิวหนังไหม้แดง เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวคล้ำขึ้น แล้วไหนจะมีมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการไม่ป้งอกันผิวเวลาเจอกับแสงแดดแรงๆ เป็นประจำอีก ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ผู้ชายไทยทุกคนควรจะใช้ เพื่อปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวี

 

มันคืออะไร?

SPF : ย่อมาจาก Sun Protection Factor ซึ่งก็คือค่าของตัวเลขที่ใช้แสดงประสิทธิภาพของการป้องกันแสงแดดนั่นเอง ซึ่งค่า SPF ที่ดีนั้นควรระบุคุณสมบัติในการป้องกันรังสียูวีให้ครบทั้ง UVA และ UVB ( โดยเฉพาะ UVB ที่เป็นสาเหตุของการทำให้ผิวหนังไหม้เกรียม ) ค่าตัวเลข SPF นั้นยิ่งมากก็ยิ่งจะป้องกันแสงแดดได้ดีและยาวนานกว่า แต่ก็ใช่ว่าค่า SPF สูงๆ นั้นจะเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป

UVA : รังสีที่ส่งผลต่อผิวหนังชั้นเดอร์มิส ทำให้เกิดอนุมูลอิสระและทำลายเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเป็นริ้วรอย

UVB : รังสีที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์เมลาโนไซต์ ( melanocyte ) ในผิวหนังชั้นบนสุด ( epidermis ) ทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีผิวเมลานิน ( melanin ) ซึ่งทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ ฝ้า และกระ อีกทั้งทำให้ผิวร้อน แดง และไหม้เกรียม แบบที่เรียกว่า sunbum แถมหนักๆ เข้ายังก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

DIY : Do It Yourself สูตรการคำนวณค่า SPF กับประสิทธิภาพในการป้องกันแดดแบบง่ายๆ

สูตร

ค่า SPF * 15 = ระยะเวลาเป็นนาทีที่จะป้องกันแดดได้ดีที่สุด
SPF 08 : 8 * 15 = 120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง
SPF 15 : 15 * 15 = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที
SPF 30 : 30 * 15 = 450 นาที หรือ 7 ชั่วโมง 30นาที
SPF 50 : 50 * 15 = 750 นาที หรือ 12 ชั่วโมง 30 นาที

รู้ไหม Numbers to Remember : ตัวเลขที่มากับแดด ?

15 คืือ ตัวเลขของค่า SPF ที่เหมาะสมกับคนไทยมากที่สุด เพราะจากผลการวิจัยหลายๆ แห่งระบุว่า ค่า SPF 15 นี้เพียงพอต่อการป้องกันแสงแดดในเมืองไทยแล้ว โดยเฉพาะ ออฟฟิศแมนทั้งหลายที่ออกมาโดนแดดกันเพียงไมเท่าไร แล้วก็กลับเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ ในร่มกันเสียส่วนใหญ่ 15 นาที คือช่วงเวลาที่เราควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดทิ้งไว้ก่อนที่จะออกไปเจอแดดจริงข้างนอก

9 - 15 หรือ 9.00 น. - 15.00 น. คือ ช่วงเวลาที่แสงแดดแรงและเป็นอันตรายมากที่สุด หากหลีกเลี่ยงการเผชิญแดดในช่วงเวลานี้ได้จะเยี่ยมมาก แต่ถ้าจำเป็นต้องออกแดดก็ควร พยายามเดินแอบๆ ในที่ร่ม หรือพกอุปกรณ์กันแดด ( เช่น หมวก ร่ม หรือคนถือร่ม ) ไปด้วย

40 คือ จำนวนนาทีที่เราสามารถอยู่ในน้ำได้ โดยไม่ได้รับอันตรายจากแสงแดด หลังจาก ทาผลิตภัณฑ์กันแดดแบบทนน้ำ ที่ระบุข้างขวดว่า Water Resistant ( ซึ่งเหมาะกับคน 
เหงื่อเยอะอย่างยิ่ง )

80 คือ จำนวนนาทีที่เราสามารถอยู่ในน้ำได้ โดยไม่ได้รับอันตรายจากแสงแดด หลังจาก ทาผลิตภัณฑ์กันแดดแบบน้ำ ที่ระบข้างขวดว่า Water Proof ( แบบนี้จะทาประจำก็ เกินไป ใช้เวลาลงน้ำอย่างเดียวพอ )

X DDT : Don't Do That! ใช้ SPF สูง > ผิวดื้อสารกันแดด

ความเชื้อที่ถูกแต่นำมาปฏิบัติกันผิดๆ นี้ รู้หรือเปล่าว่ามันเกิดผลร้ายมากกว่าผลดีเสียอีก...คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ นั้นจะช่วยกันแดดได้ดีกว่า โดยหารู้ไม่ว่าการใช้ค่า SPF สูงๆ ติดต่อกันนานๆ จะทำให้เกิดอาการผิวดื้อสารกันแดด ทำให้เวลาไปเจอแดดจัดๆ จริงๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์จะไม่สามารถป้องกันแดดได้ตามประสิทธิภาพที่ระบุไว้ ทำให้ผิวคล้ำได้ง่ายแม้จะทาผลิตภัณฑ์ป้องกันมาแล้วเป้นอย่างดี

ข้อสังเกต : ที่ผ่านมาเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำหรือเปล่า ผิวหน้าเราคล้ำจนผิดปกติหรือเปล่าเวลาออกแดดจัด ใบหน้าดูหมองๆ ชอบกลหรือเปล่าเวลาส่องกระจก

แก้ไข : หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสาร SPF ไปสักพัก ( หยุดใช้ไปเลย ไม่ใช่ใช้ที่มีค่า SPF ลดลง ) ราวๆ 1 เดือน เพื่อให้ผิวหน้าได้พักผ่อนและปรับสภาพใหม่ ขณะที่หยุดใช้ก็พยายามเลี่ยงการเผชิญแสงแดดให้มากที่สุด หรือหาอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติม เช่น ใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวก หรือกางร่มเวลาออกแดด เมื่อครบหนึ่งเดือนค่อยกลับมาใช้ใหม่ โดยใช้แค่ SPF 15 ก็พอ

ข้อแนะนำ : สำหรับค่า SPF สูงๆ นั้น ถ้าใช้เป็นบางโอกาสจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพกว่า เช่น วันที่ต้องออกแดดแรงๆ นาน ต้องทำงาน หรือมีปาร์ตี้กลางแจ้ง ก็ให้ใช้ SPF 30 เพิ่มขึ้นมาเป็นกรณีเฉาะกิจ แต่ถ้าจะให้ไปทะเลหรือเล่นกีฬากลางแจ้ง ก็ให้ใช้ SPF 50 เป็นต้น


ที่มา : http://men.sanook.com/3293/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99...%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1/

Joomlart