แผ่นซีดี ดีวีดี สำหรับไรท์แผ่นชนิดต่างๆ รู้ไว้ใช่เสียหาย?
You are here: กิจกรรม แผ่นซีดี ดีวีดี สำหรับไรท์แผ่นชนิดต่างๆ รู้ไว้ใช่เสียหาย?

แผ่นซีดี ดีวีดี สำหรับไรท์แผ่นชนิดต่างๆ รู้ไว้ใช่เสียหาย?

อีเมล พิมพ์ PDF

แผ่นซีดี ดีวีดี สำหรับไรท์แผ่นชนิดต่างๆ รู้ไว้ใช่เสียหาย?

ตอนนี้เทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้ผลิตสื่อบันทึกข้อมูลค่ายต่างๆ ได้เริ่มผลิตสื่อจัดเก็บข้อมูลมากมายหลายประเภท โดยเฉพาะประเภทแผ่นซีดี (CD) หรือ ดีวีดี (DVD) เพื่อให้เราได้เลือกซื้อใช้กันตามความต้องการ ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อ เราควรทำความรู้จักสื่อหรือ แผ่น สำหรับจัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ว่าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร โดยครั้งนี้จะแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ประเภทคือ ซีดี และ ดีวีดีนั่นเอง
 
4586428426_355e9c5756
 
แผ่นประเภท CD ชนิดต่างๆ ดังนี้
  • แผ่น CD (Compact Disk) : สื่อบันทึกข้อมูลที่ถูกคิดค้นโดยบริษัท Phillips และ Sony เพื่อใช้บันทึกข้อมูลที่เป็นเสียงในแบบสเตริโอ (Stereo) โดยใช้หลักการบันทึกเสียงให้เป็นแบบดิจิตอล (Digital)
  • แผ่น CD-ROM (Compact Disc-Read Only Memory) : แผ่นที่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียว (Read Only) ไม่สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่ก่อนได้ ภายในแผ่นจะมีข้อมูลที่บรรจุอยู่ภายในแผ่นเรียบร้อยแล้ว เช่น ซีดีเพลงและหนัง ซีดีซอร์ฟแวร์ ซีดีเกม เป็นต้น
  • แผ่น CD-R (Compact Disc-Recordable) : แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มแผ่น และตำแหน่งที่บันทึกข้อมูลไปแล้วไม่สามารถทำการบันทึกซ้ำได้อีก ไม่สามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลได้ มีขนาดความจุอยู่ที่ 700MB
  • แผ่น CD-RW (Compact Disc-Rewritable) : แผ่นประเภทที่เมื่อบันทึกข้อมูลไปแล้ว สามารถลบข้อมูลเก่าบนแผ่นและบันทึกข้อมูลใหม่ได้ การบันทึกของแผ่น CD-RW จะเป็นลักษณะที่เรียกว่า Multi-Sessions เทคโนโลยีของแผ่น CD-RW จะแตกต่างจาก CD-R เนื่องจากต้องมีการบันทึกซ้ำ สารเคมีที่เคลือบบนแผ่น CD-RW จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อได้รับความร้อน สามารถบันทึกข้อมูลได้ประมาณ 1,000 ครั้ง มีขนาดความจุที่ 700MB
  • แผ่น CD-R LightScribe : แผ่นซีดีที่สามารถบันทึกข้อมูลได้คล้ายแผ่น CD-R แต่เพิ่มเทคโนโลยี LightScribe สร้างลวดลายโดยอาศัยแสงเลเซอร์เขียนลงไปที่แผ่น ซึ่งอาบด้วยสารเคมีพิเศษสีทองซึ่งจะทำให้เปลี่ยนเป็นรอยจุดสีดำซึ่งมีความ ละเอียดสูง ความพิเศษของแผ่นชนิดนี้ ให้คุณสร้างสรรค์ทั้งข้อความและรูปภาพลวดลายลงบนหน้าแผ่นได้เลย โดยไม่ต้องใช้ปริ้นเตอร์ ทำให้ได้แผ่นที่มีความสวยงามมาก
  • แผ่น CD-R Printable : แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นได้คล้ายแผ่น CD-R แต่สามารถพิมพ์ลายลงบนแผ่นได้โดยตรงและไม่ต้องใช้ปริ้นเตอร์
  • แผ่น Mini CD-R (Mini Compact Disc-Recordable) : แผ่นซีดีขนาดเล็ก พกพาสะดวก (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 ซม.) มีความจุน้อยกว่าซีดีธรรมดา และมีขนาดความจุเพียง 185-200MB เท่านั้น
  • แผ่น CD Card : แผ่นซีดี มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับนามบัตร

แผ่นประเภท DVD ชนิดต่างๆ ดังนี้
  • แผ่น DVD-ROM (Digital Versatile Disc-Read Only Memory): แผ่นที่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างเดียว ไม่สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่ ก่อนได้ ภายในแผ่นจะมีข้อมูลที่บรรจุอยู่ภายในแผ่นเรียบร้อยแล้ว เช่น
    • แผ่น DVD-Audio : เป็นแผ่นสำหรับบันทึกเสียงระดับคุณภาพในรูปแบบของเสียงระบบดิจิ ตอล จึงทำให้เสียงที่ได้มีความสมบูรณ์ที่สุด เช่นระบบ เสียง Dolby Digital System
 
ตารางเปรียบเทียบระหว่าง CD-Audio และ DVD-Audio
2014-07-17_124757
  • แผ่น DVD-Video : แผ่นใช้สำหรับจัดเก็บภาพยนตร์ความละเอียดสูง ในรูปแบบของ MPEG-2 ให้รายละเอียดที่มากกว่า VCD ถึง 4 เท่าพร้อมระบบเสียงในฟิล์มได้มากถึง 8 ภาษา โดยในแต่ละภาษาอาจจะเป็นระบบเสียงสเตอริโอ 2.0 ช่อง (รูปแบบ PCM) หรือ ระบบเสียงรอบทิศทาง (Surround) เช่น 4.0, 5.1, 6.1 ช่อง ในรูปแบบ Dolby Digital (AC-3) หรือ Digital Theater System (DTS) และ คำบรรยาย (Subtitle) ได้มากสูงสุดถึง 32 ภาษา 
     
    ตารางเปรียบเทียบระหว่าง DVD ประเภทต่างๆ
2014-07-17_125004
  • แผ่น DVD-R (Digital Versatile Disc-Recordable) : แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง (Multi Section) จนกว่าจะเต็มแผ่น โดยสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ต่อจากข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกข้อมูลใหม่ทับบนข้อมูลเดิมที่ บันทึกไปแล้วได้
  • แผ่น DVD+R (Digital Versatile Disc+Recordable) : ชื่อจะคล้ายกับแผ่นด้านบนแต่จุดต่างคือ - และ + โดยแผ่นนี้เป็นแผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง (Multi Section) จนกว่าจะเต็มแผ่น โดยสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ต่อจากข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกข้อมูลใหม่ทับบนข้อมูลเดิมที่ บันทึกไปแล้วได้

ความแตกต่างระหว่าง DVD-R และ DVD+R

  • เครื่องเล่นแผ่นจะอ่านได้หรือไม่? : ช่วงแรกแผ่น –R เครื่องเล่นแผ่นจะอ่านได้มากกว่า +R แต่ปัจจุบันเครื่องเล่นสมัยใหม่ สามารถอ่านแผ่นได้หลากหลายมากขึ้น
  • ความแตกต่างของข้อมูลในการบันทึกแบบ Multi Session : เปรียบเทียบโดยใช้ข้อมูลขนาดเท่ากันบันทึกข้อมูลลงบนแผ่น –R และ +R เรื่อยๆ จนเต็มแผ่น ผลคือ แผ่น -R จะเสียพื้นที่ในการเพิ่มมากกว่าแบบ +R เล็กน้อย แต่ความจุรวมจะมากกว่าแผ่น +R จะสามารถบันทึกข้อมูลได้น้อยกว่า +R เนื่องจาก –R จะใช้พื้นที่ระหว่าง Multi Session มากกว่า +R จึงทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้น้อยกว่านั่นเอง
  • ค่ายและมาตรฐานการผลิต: ส่วนนี้เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้ผลิตชั้นนำ ได้กำหนดมาตรฐานขึ้นมาทั้งหมด 2 กลุ่มด้วยกัน คือ
    • DVD Forum (DVD-RW) : มาตรฐานแรกเกิดจากการร่วมกลุ่มระหว่าง Pioneer, Toshiba, Panasonic, NEC และ Sanyo เป็นผู้ดูแลมาตรฐานของแผ่นแบบ DVD-R/RW 
    • DVD Alliance (DVD+RW) : มาตราฐานนี้เกิดจากการรวมกลุ่มกันของ HP, Philips, Sony, Yamaha และ Mitsubishi เป็นผู้ดูแลมาตรฐานแบบ DVD+R/RW 
  • แผ่น DVD+R/RW ได้ถูกพัฒนาภายหลัง : เมื่อถูกพัฒนาออกมาภายหลัง ก็ต้องมีการแก้ไขข้อผิดพลาดของแผ่น DVD-R/RW ให้สามารถหยุดการเขียนและเขียนต่อได้ทันที (Pause and Resume) โดยไม่ต้องเสียเวลารอและใช้เทคโนโลยี Lossless Linking ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการบันทึกและการอ่านข้อมูล ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น

ประเภทของแผ่น DVD-RW แบบต่างๆ

  • แผ่น DVD-RW (Digital Versatile Disc-Rewritable) : แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง การบันทึกข้อมูลแต่ละครั้งต้องเป็นการบันทึกทั้งแผ่น ไม่สามารถเพิ่มเติมภายหลังได้ หากต้องการบันทึกข้อมูลต้องทำการลบข้อมูลเก่า (Erase Data) จึงจะสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ได้ สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ได้กว่า 100,000 ครั้ง
  • แผ่น DVD+RW (Digital Versatile Disc Rewritable) : แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง การบันทึกข้อมูลสามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้ง บันทึกข้อมูลแบบครั้งเดียวหรือบันทึกข้อมูลแบบต่อเนื่อง โดยไม่ต้องลบข้อมูลเก่าก่อน (Erase Data)  สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ได้กว่า 100,000 ครั้ง
  • แผ่น DVD-RAM (Digital Versatile Disc - Random Access Memory) : ดีวีดีแบบใหม่กำลังได้รับความนิยม การทำงานเข้าถึงข้อมูลในแบบลำดับ เหมือนกับ Hard Disk โดยจะทำการบันทึกจะวางข้อมูลที่อยู่บนแผ่นต่อกันไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดข้อมูลนั้นและการอ่านจะเริ่มต้นจากจุดแรกของข้อมูลนั้นตามลำดับ การบันทึกข้อมูลจะต้องเป็นไดร์ฟชนิดพิเศษในการอ่านและเขียนข้อมูล ข้อดีสามารถบันทึกข้อมูลซ้ำไปซ้ำมาได้มากกว่า 100,000 ครั้ง ทำให้ถูกนำไปใช้อุปกรณ์สมัยใหม่มากขึ้นเช่น กล้องวิดีโอดิจิตอล

ประเภทของแผ่นดีวีดี (DVD) ที่ผลิตในปัจจุบัน

cddvddrive

แผ่นดีวีดีมีให้เลือกใช้งานหลายความจุ ซึ่งแต่ละแบบมีเทคนิคในการเก็บข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน ปัจจุบันแบ่งเป็น 4 รูปแบบตามความจุตามด้านล่างนี้เลย

  • DVD-5 Single-Sided, Single Layer  : แผ่นที่สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายครั้ง (Multi Section) จนกว่าจะเต็มแผ่น โดยสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ต่อจากข้อมูลเก่าไปเรื่อยๆ จนเต็มแผ่น เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกข้อมูลใหม่ทับบนข้อมูลเดิมที่ บันทึกไปแล้วได้ มีขนาดความจุ 4.7GB
  • DVD-9 Single-Sided, Double Layer  : แผ่น DVD ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เพียงด้านเดียว เหมือนกับ DVD 5 แต่จะต่างกันที่มีการเพิ่มชั้นที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลเพิ่มขึ้นภายในหน้า นั้นเป็น 2 ชั้นชนิดที่มีการบันทึกข้อมูลแบบหน้าเดียว แต่แบ่งส่วนการบันทึกข้อมูลได้ 2 ชั้น (Dual Layer) สามารถบันทึกข้อมูลได้ 8.4GB
  • DVD-10 Double-Sided, Single Layer  : แผ่น DVD ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้ง 2 หน้า โดยแต่ละหน้าจะมีการบันทึกข้อมูล 1 ชั้น   ดังนั้น ทั้ง 2 ด้าน จะสามารถบันทึกข้อมูลได้ 9.4GB
  • DVD-18 Double-Sided, Double Layer  : แผ่น DVD ที่สามารถบันทึกข้อมูลได้ทั้ง 2 หน้า โดยแต่ละหน้าจะมีการบันทึกข้อมูล 2 ชั้น สามารถบันทึกข้อมูลได้ด้าน 17GB

นี่ก็เป็นข้อมูลของแผ่นเก็บข้อมุลในปัจจุบันแบบสรุป ที่รู้ไว้ก็ใช่ว่าจะเสียหายกลับทำให้เราละเอียดรอบคอบมากขึ้นในการเลือกใช้ งาน และทำความเข้าใจกับมันได้ดีขึ้น หากจะใช้งานแบบไหนก็ควรเลือกดูให้เหมาะสม เพราะราคาของแผ่นแต่ละแบบก็ไม่เท่ากัน วิธีไรท์แผ่นและการนำไปใช้กับเครื่องเล่นดีวีดีที่แตกต่างกันก็มีผลด้วยเช่น กัน เทคนิคหน้าจะมาพูดถึง เทคนิคการเลือกซื้อแผ่นและการดูแลรักษา กันต่อครับ

 

ที่มา : http://tips.thaiware.com/253-CD-DVD-For-Burner.html

Joomlart